"แผลเป็น" บางชนิด ทำไมจึงโค้งคล้าย "พระจันทร์เสี้ยว" สรุปสาเหตุเกิดจากอะไร?

"แผลเป็น" บางชนิด ทำไมจึงโค้งคล้าย "พระจันทร์เสี้ยว" สรุปสาเหตุเกิดจากอะไร?

"แผลเป็น" บางชนิด ทำไมจึงโค้งคล้าย "พระจันทร์เสี้ยว" สรุปสาเหตุเกิดจากอะไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไม? แผลเป็นของหลายคน จึงมีลักษณะคล้าย “พระจันทร์เสี้ยว” อธิบายตามหลักผิวหนังวิทยา

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า แผลเป็นบางประเภท บนร่างกายมีรูปทรงโค้ง คล้ายพระจันทร์เสี้ยว โดยเฉพาะรอยจากการข่วน เล็บเกา หรือแผลเล็ก ๆ บริเวณใบหน้าและแขน แม้จะไม่ใช่กฎตายตัวว่าทุกแผลต้องเป็นลักษณะนี้ แต่รูปทรงดังกล่าวสามารถอธิบายได้ด้วยหลักผิวหนังวิทยาและกระบวนการสมานแผลของร่างกาย

แนวแรงตึงของผิวหนัง มีผลต่อรูปร่างแผลเป็น

ผิวหนังของมนุษย์มีแนวแรงตึงตามธรรมชาติที่เรียกว่า Langer’s lines ซึ่งสะท้อนทิศทางการเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิว หากบาดแผลเกิดในแนวเฉียงหรือขวางกับแนวแรงตึง ผิวหนังจะเกิดแรงดึงรั้งระหว่างการสมานแผล ทำให้ขอบแผลหดตัวไม่เท่ากัน และอาจส่งผลให้แผลเป็นมีลักษณะโค้งมากกว่าเส้นตรง

ลักษณะการบาดเจ็บ มักเริ่มต้นจากแนวโค้ง

แผลที่เกิดจากเล็บมือ เล็บสัตว์ หรือการเกาแรง ๆ มักไม่ใช่รอยเส้นตรงสมบูรณ์ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของมือและข้อมือมีลักษณะเป็นวงโค้ง รอยแผลจึงเริ่มต้นด้วยรูปทรงโค้งตั้งแต่แรก เมื่อแผลหายดีแล้ว รูปทรงของแผลเป็นจึงสะท้อนแนวการบาดเจ็บเดิม ทำให้ดูคล้ายพระจันทร์เสี้ยว

กระบวนการสมานแผลและการหดตัวของเนื้อเยื่อ

ในระยะฟื้นฟูแผล ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กระบวนการนี้มักมาพร้อมกับการหดตัวของแผล หากผิวหนังบริเวณนั้นมีการเคลื่อนไหวบ่อย หรือมีแรงตึงไม่สมดุล เช่น บริเวณข้อพับ ใบหน้า หรือหัวไหล่ การหดตัวอาจเกิดไม่เท่ากัน ทำให้แผลเป็นมีลักษณะโค้งมากกว่าแนวตรง

มุมมองจากแพทย์ผิวหนังไทย

แพทย์ผิวหนังในประเทศไทยให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า รูปร่างของแผลเป็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของแผลเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ทิศทางของแผล และพฤติกรรมระหว่างแผลหาย เช่น การเกา การขยับผิวหนัง หรือการดูแลแผลไม่เหมาะสม รอยแผลที่ดูโค้งจึงเป็นผลจากปัจจัยหลายด้านร่วมกัน ไม่ได้เป็นความผิดปกติของผิวหนังโดยตรง

แผลเป็นลักษณะโค้ง ต้องกังวลหรือไม่?

โดยทั่วไป แผลเป็นที่มีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ไม่ถือว่าอันตราย มากกว่ารอยแผลแบบอื่น อย่างไรก็ตาม หากพบว่าแผลนูนแดง แข็ง คัน หรือขยายขนาดต่อเนื่อง อาจเข้าข่ายแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ ซึ่งควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

รูปทรงแผลเป็นคือผลลัพธ์ของโครงสร้างผิวและแรงทางชีววิทยา

ลักษณะโค้งคล้ายพระจันทร์เสี้ยวของแผลเป็นบางชนิด ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากแนวแรงตึงของผิวหนัง รูปแบบการบาดเจ็บ และกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ การเข้าใจกลไกเหล่านี้ช่วยให้มองแผลเป็นในมุมวิทยาศาสตร์มากขึ้น และลดความกังวลต่อรูปร่างของรอยแผลบนร่างกาย

ขอขอบคุณข้อมูล

  1. American Academy of Dermatology
  2. DermNet NZ
  3. ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
  4. ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล